สคบ.ชี้แจงอันตราจากการสูบ’บุหรี่ไฟฟ้า’ และปราบปราบการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เดินหน้าชี้แจงข้อเท็จจริงถึงอันตรายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและปราบปรามการลักลอบจำหน่าย
พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ชี้แจงกรณีผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงอันตรายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในหมู่วัยรุ่น โดย สคบ.ชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ สินค้าบารากู่เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากฝั่งตะวันออกกลาง เนื่องจากเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ชาวตะวันออกกลาง มักจะนิยมสูบตามร้านอาหาร ภัตตาคาร และสถานที่ใช้ในการสังสรรค์และเริ่มแพร่หลายมายังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเริ่มเข้าในประเทศไทย ในช่วงปี 2546 ซึ่งหลายหน่วยงานของรัฐ ได้เร่งดำเนินการจัดหามาตรการควบคุมสินค้าบารากู่ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

นอกจากสินค้าบารากู่แล้วยังมีบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่น โดยทั้งบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้าชนิดที่ไม่มีสารนิโคตินและสารสกัดจากใบยาสูบไม่เข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการระงับ ยับยั้ง การบริโภคสินค้าดังกล่าวที่มีขยายตัวอย่างรวดเร็วได้การออกคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสําหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ปัจจุบันมีการขายหรือให้บริการสินค้า “บารากู่”

“บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสําหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่แพร่หลายและนิยมกันเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และมีการโฆษณาว่า มีกลิ่นหอม ทํามาจากผลไม้แห้งไม่มีพิษภัย เป็นสมุนไพรไม่มีนิโคตินเหมือนบุหรี่ทําให้สูบแล้วไม่ติด และยังมีความเชื่อว่าสามารถช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น หาซื้อได้ง่ายตามตลาดนัดและทางอินเทอร์เน็ต อีกทั้ง มีการให้บริการสินค้าดังกล่าวตามสถานบันเทิงต่างๆ ซึ่งจากการทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหลายชนิด เช่น โพรพิลีน ไกลคอล (Propylene Glycol) เมนทอล (Menthol) ไซโคเฮกซานอล (Cyclohexanol) ไตรอะซิติน (Triacetin) อนุพันธ์ของเบนซีน (Benzene derivatives) ตะกั่ว (Lead)

นอกจากนี้ยังพบโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง ได้แก่ โครเมียม (Chromium) สารหนู (Arsenic) และแคดเมียม (Cadmium) และยังพบว่าการสูบอุปกรณ์ดังกล่าวอาจทําให้ผู้สูบเกิดโรคต่างๆ หรือเป็นสาเหตุของการแพร่กระจายโรคติดต่อหลายชนิด เช่น วัณโรค ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบี และมีโอกาสติดโรคร้ายแรงในช่องปาก เนื่องจากพฤติกรรมการสูบมักจะเป็นการผลัดเปลี่ยนและหมุนเวียนกับผู้เข้าร่วมสูบภายในกลุ่ม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงและอาจนําไปสู่การเสพร่วมกับสารเสพติดชนิดอื่นๆ เช่น ยาอี ยาเค ยาบ้า กัญชาหรือผงขาว และหากมีการใช้ยาเส้นหรือใบยาสูบจะมีอันตรายมากกว่าการสูบบุหรี่ปกติ

สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วย พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 โดยคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสําหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” หากผู้ใดฝ่าฝืนขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผลิต สั่ง หรือนำเข้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานํา หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจํากัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก็ดีหรือเป็นของที่นําเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจําทั้งปรับ

พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 มาตรา 20/1 ผู้ใดนําผ่านซึ่งสินค้าที่ได้มีการประกาศกําหนดให้เป็นสินค้าต้องห้ามนําผ่าน ตามมาตรา 5/1 หรือฝ่าฝืนมาตรา 7/1 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าครึ่งของสินค้าที่นําผ่าน หรือทั้งจําทั้งปรับ กับให้ริบสินค้า รวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิด รวมทั้งพาหนะที่ใช้ลากจูงพาหนะบรรทุกสินค้านั้นเสีย ทั้งนี้ ให้นําความในมาตรา 20 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศซึ่งออกตามมาตรา 5/1 นอกเหนือจากกรณีที่บัญญัติไว้ ในวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ข้อ 4 ให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าห้ามนําเข้ามาในราชอาณาจักร ให้สาร สารสกัด หรือสิ่งอื่นใด ที่ใช้เป็นแหล่งกําเนิดควันหรือละอองไอน้ำ เพื่อการสูบแบบบารากู่ และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งนําเข้ามาพร้อมสินค้าตามวรรคหนึ่งเพื่อใช้ร่วมกัน เป็นสินค้าห้ามนําเข้ามาในราชอาณาจักรด้วย

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องสินค้าต้องห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ห้ามนำผ่านสินค้า (บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า) ต้องระวางโทษตามมาตรา 20/1 จําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าครึ่งของสินค้าที่นําผ่าน หรือทั้งจําทั้งปรับ กับให้ริบสินค้ารวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดรวมทั้งพาหนะที่ใช้ลากจูงพาหนะบรรทุกสินค้านั้นเสีย

ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาการดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับอันตรายของสินค้าบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับอันตรายของสินค้าบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงบทบัญญัติแห่งกฎหมายและบทลงโทษในการห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสําหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ให้ประชาชนได้รับทราบผ่านทางสื่อต่างๆ อาทิ ทางเว็บไซต์ของ สคบ. ในรูปแบบบทความและประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางเฟสบุ๊คของ สคบ. และทางสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น

การดำเนินงานปราบปรามสินค้าบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า สคบ.ได้ตั้งคณะทำงานปฏิบัติการพิเศษ เมื่อเดือนธันวาคม 2559 มีภารกิจเพื่อการหาข่าวสารเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวมถึงการติดตาม ตรวจสอบ ผู้ประกอบธุรกิจที่อาจมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ และพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรงฯ ซึ่งประเด็นของการปราบปรามสินค้าบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้าเกิดจากผู้ประกอบการบางรายลักลอบขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” และอาจเข้าข่ายการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 เรื่อง “มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ”

โดยลักษณะของการขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่อยู่ในตามแหล่งตลาดนัดและแหล่งชุมชนทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ส่วนในร้านอาหาร ผับ บาร์ จะมีการให้บริการสินค้าบารากู่พร้อมตัวยา และปัจจุบันมีผู้ประกอบการบางรายมีการนำเสนอขายบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ส่งผลให้การตรวจสอบผู้ขายสินค้าดังกล่าวมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ประกอบกับมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้ เช่น การใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือสำหรับเปิดประตูเข้าออกภายในร้าน ใช้กล้องวงจรปิดตรวจสอบบุคคลต่างๆ ภายนอกร้าน มีการใช้เครื่องมือสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างร้าน เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์เจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น ในการลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าจะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานและเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การดำเนินงานปราบปรามผู้ลักลอบขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ปราบปรามในช่วงเดือนธันวาคม 2559 – มิถุนายน 2560 สามารถจับกุมผู้ลักลอบขายสินค้าและให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าและบุหรี่ไฟฟ้าได้ จำนวน 48 แห่ง ประกอบด้วย ร้านให้บริการสินค้าบารากู่ 28 แห่ง ร้ายขายบารากู่หรือบุหรี่ฟ้า 20 แห่ง รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด 4,006,925 บาท ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกส่งดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรณีร้านให้บริการสินค้าบารากู่รายใดปล่อยให้มีการเสพยาเสพติดในสถานบริการ ปล่อยให้เด็กหรือเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าใช้บริการ หรือเปิดบริการเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สคบ. จะมีหนังสือเสนอให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่พิจารณาดำเนินการกับสถานบริการการดังกล่าวอย่างจริงจัง

สำหรับการโฆษณาขายบุหรี่ไฟฟ้าทางสื่อออนไลน์ สคบ. มีหน่วยตรวจสอบการโฆษณาโดยกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา ซึ่งหากพบการโฆษณาขายบุหรี่ไฟฟ้าทางสื่อออนไลน์ จะดำเนินการแจ้งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ดำเนินการล่อซื้อ จับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป