โทษของบุหรี่ไฟฟ้า

-บุหรี่ไฟฟ้า คือ  บุหรี่ไฟฟ้าคืออุปกรณ์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในการผลิตปริมาณสารนิโคตินที่สูดดมโดยใช้วิธีไอระเหย โดยบุหรี่ไฟฟ้าจะใช้แบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จใหม่ได้เป็นตัวจ่ายไฟสร้างความร้อนให้คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า (Coil) เมื่อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-Liquid) สัมผัสกับขดลวดก็จะระเหยเป็นควันออกมา

โทษของบุหรี่ไฟฟ้า

โทษของบุหรี่ไฟฟ้าทางร่างกาย ?

ถ้าหากถามว่าเป็นตัวเลือกที่ดีหรือไม่ ก็จะตอบว่า “ดีกว่า” ยังสูบบุหรี่ปกติต่อไปค่ะ แต่ถ้าหากถามว่าบุหรี่ไฟฟ้า เป็นตัวเลือกที่ “ดีที่สุด” ในการเลิกบุหรี่หรือไม่ คำตอบคือ “ไม่ใช่” ค่ะ เพราะสารประกอบในบุหรี่ไฟฟ้า ถึงแม้ว่าจะมีสารที่ปลอดภัยต่อร่างกาย ถึงขั้นนำมาใช้เป็นสารประกอบในสินค้าอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง ได้ก็จริง แต่บุหรี่ไฟฟ้าหลายๆ ยี่ห้อ ยังคงมี “นิโคติน” ที่เป็นสารที่อันตรายต่อร่างกายผสมอยู่    ปริมาณนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อก็มากน้อยไม่เท่ากัน ดังนั้นความ “เสี่ยง” ในการเป็นโรคที่เกิดจากนิโคตินยังคงอยู่ เพียงแต่บุหรี่ไฟฟ้าที่คุณใช้อยู่อาจมีปริมาณมากน้อยกว่าบุหรี่จริงแตกต่างกัน ความเสี่ยงต่อโรคอันตรายก็มากน้อยแตกต่างกันไปด้วยนั่นเอง 

บุหรี่ไฟฟ้า มีสารก่อมะเร็ง?    

ไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้า ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จึงถูกนำมาใช้ในสถานที่ทั่วไป แต่ถึงกระนั้นไอระเหยนี้มีสารก่อมะเร็งที่ไม่ได้เป็นอันตรายแค่ตัวผู้สูบ แต่ยังรวมไปถึงคนที่อยู่รอบข้างของผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วย

โทษของบุหรี่ไฟฟ้าทางกฎหมาย ?    คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ยังมีคำสั่งห้ามเพิ่มเติม เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” มีผลบังคับตั้งแต่ 19 ก.พ. 2558 เป็นต้นมา ซึ่งความหมายว่าถูกสั่งห้ามขาย ห้ามให้เช่า/เช่าซื้อ ห้ามจัดหาให้ ห้ามเสนอ-ชักชวน ห้ามให้บริการ ห้ามรับจัดการงานที่มีสินค้าดังกล่าว ห้ามให้ฟรี หรือให้ผลประโยชน์ ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับเงิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ใดผลิตเพื่อขาย/นำเข้ามาเพื่อขาย โทษเพิ่มอีกเท่าตัว จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับเงิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไทยพบผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงจากสูบบุหรี่ไฟฟ้ารายแรก

ศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาฯ เตรียมจัดตั้ง “ระบบเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากบุหรี่ไฟฟ้า” แห่งแรกของไทย จัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยทั่วประเทศ ให้คำแนะนำ ปรึกษาครบวงจร โพลพบสัญญาณอันตรายในเยาวชน 1 ใน 3 อยากลองบุหรี่ไฟฟ้า แถมเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย แนะเร่งสื่อสารข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่โรงแรมเดอะ สุโกสล ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีจัดแถลงข่าว “วิกฤตสุขภาพเยาวชนไทย จากภัยบุหรี่ไฟฟ้า” โดย ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ของบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก จัดเป็นวิกฤตโลกทางด้านสาธารณสุข ดังจะเห็นได้จาก เมื่อพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) ประกาศเตือนให้หยุดสูบบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด หลังพบผู้เสียชีวิตและป่วยปอดอักเสบรุนแรงจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เสียชีวิต 48ราย ป่วย 2,291 ราย โดยในยุโรปที่ประเทศอังกฤษและเบลเยี่ยมก็พบผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ซึ่งล่าสุดประเทศไทยพบผู้ป่วยรายแรกจากบุหรี่ไฟฟ้าเกิดปอดอักเสบเฉียบพลันและระบบหายใจล้มเหลว ปัจจุบันพบว่ามีรายงานการตายและป่วยจากบุหรี่ไฟฟ้าในหลายประเทศ โดยมีข้อสังเกตทางการแพทย์ที่น่าตกใจคือ เมื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วสามารถป่วยและตายได้ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือน 

ไทยพบผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงจากสูบบุหรี่ไฟฟ้ารายแรก

“บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นภัยคุกคามของทุกประเทศทั่วโลก จึงสนับสนุนให้ประเทศไทย ควรมีระบบเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และบังคับใช้กฎหมายห้ามบุหรี่ไฟฟ้าจริงจัง เพื่อเตรียมการรับมือกับความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นฉุกเฉินจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องควรเร่งดำเนินการอย่างยิ่ง หากไม่ดำเนินการอะไร ไทยอาจจะมีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และควรเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงถึงอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหาความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ที่เป็นพลังสำคัญของชาติ”ศ.นพ.รณชัย กล่าว

นางสาวช่อผกา วิริยานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเอยูคอมมินิเคชั่น เปิดผลโพลล่าสุดของ ศจย. ซึ่งได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีต่อบุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนในกรุงเทพฯ ผลโพลพบสัญญาณอันตรายหลายประเด็น คือ นักศึกษาเกือบ 100% รู้จักบุหรี่ไฟฟ้า โดย 1 ใน 3 อยากลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า และเกือบครึ่งมีทัศนคติที่ดีต่อบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับบุหรี่ธรรมดา คือ เป็นอันตรายน้อยกว่า ลดความเสี่ยงมะเร็งปอด ช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ธรรมดาได้ และเชื่อว่าไม่ทำให้ติดเพราะไม่มีนิโคติน และแม้จะมีข่าวดังทั่วโลกว่ามีคนตายจากบุหรี่ไฟฟ้าแล้วในสหรัฐอเมริกา แต่มีนักศึกษาประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่รู้ข่าวนี้ และจำนวน 1 ใน 6 ยังเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตรายเลย ทั้งนี้ผลโพลตอกย้ำว่าสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยน่าเป็นห่วง โดยเยาวชนยังมีความสับสนเรื่องข้อมูลของบุหรี่ไฟฟ้าโดยเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย  ซึ่งทั้งหมดนี่คือสัญญาณอันตรายอย่างมากที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย

ไทยพบผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงจากสูบบุหรี่ไฟฟ้ารายแรก

ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันแล้วว่าสารนิโคตีนนอกจากเป็นสารที่ออกฤทธิ์ในสมองทำให้เสพติดได้แล้ว ยังมีผลต่อการทำงานระบบอื่นๆของร่างกายโดยเฉพาะระบบหลอดเลือดและหัวใจ มีการศึกษาพบว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ช่วยในการเลิกนิโคตินเทียบกับการเลิกโดยวิธีมาตรฐานอีกทั้งยังนำไปสู่การติดบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย​ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคเส้นเลือดสมอง การใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังสัมพันธ์ภาวะปอดอักเสบรุนแรงซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตและในผู้ที่รอดชีวิตยังอาจเกิดโรคปอดเรื้อรังอีกด้วย บุคคลรอบข้างผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจมีอาการจากการได้รับบุหรี่มือสองได้โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคหอบหืดมีการศึกษาพบว่าน้ำยานิโคตินของบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีปริมาณสารนิโคตินไม่ตรงกับที่ฉลากกำกับไว้และมีสารปนเปื้อนอื่นได้อีกด้วย นอกจากนี้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายังมีการแต่งสีและกลิ่นต่างๆซึ่งดึงดูดความสนใจของเด็ก หากเด็กนำมากินจะทำให้เกิดภาวะพิษจากนิโคตินเฉียบพลันในรายที่รุนแรงอาจมีอาการชักและเสียชีวิตได้ ​

เพื่อติดตามและเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากบุหรี่ไฟฟ้า ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ร่วมกับศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อควบคุมยาสูบ (ศจย.) กำลังสร้างระบบการเฝ้าระวังดังกล่าว เบื้องต้นได้ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบาดเจ็บจากบุหรี่ไฟฟ้ารวมถึงการวินิจฉัยและดูแลรักษา

นอกจากนี้ ร.พ.รามาธิบดีได้เตรียมการสร้างระบบเครือข่ายเชื่อมโยงในการดูแลผู้บาดเจ็บจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยจะทำระบบรับแจ้งเหตุจากบุหรี่ไฟฟ้า (e-cig emergency) จากศูนย์รับแจ้งเหตุห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินทั่วประเทศ เพื่อให้มีการดูแลที่มีประสิทธิภาพและมีฐานข้อมูลเพื่อติดตามสถานการณ์การบาดเจ็บจากบุหรี่ไฟฟ้า

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมน้ำมันกัญชา ผิดกฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีการกวาดล้างจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าลอตใหญ่ การจับกุมในครั้งนี้ยังพบ น้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีส่วนผสมของน้ำมันกัญชารวมอยู่ด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า บุหรี่ไฟฟ้า กำลังถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด

ทั้งนี้ เว็บไซต์จำหน่ายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบผสมสารสกัดจากกัญชา โดยมีการบรรยายสรรพคุณว่า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบผสมสารสกัดจากกัญชา ผู้ซื้อสามารถเลือกปริมาณความเข้มข้นที่ต้องการได้ ระบุสรรพคุณช่วยลดความวิตกกังวล คลายเครียด ปวดตามข้อ แก้อักเสบ และสามารถใช้กับบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปได้ ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้สามารถสืบค้นได้เพียงแค่พิมพ์ค้นหาไปในอินเทอร์เน็ตเพียงเท่านั้น

กรณีชายไทยที่ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับที่ท่าอากาศยานชิโตเสะ เมืองซัปโปโร ฐานมี “ยางกัญชา” และ “น้ำมันกัญชา” บรรจุในตลับขนาดเล็กใส่ไว้ในกระเป๋าสัมภาระ เป็นกรณีล่าสุดที่ทำให้เห็นว่า แม้จะเป็นผู้ป่วย แต่การที่คนไทยคนนี้ พกกัญชาบินไปจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไป เมืองซัปโปโร และถูกจับที่สนามบิน นั่นเพราะญี่ปุ่นถือว่า กัญชาเป็นยาเสพติด ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจ หรือยารักษาโรค

พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ในประเทศไทยน้ำมันกัญชา หากไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์ ก็จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย และยิ่งประกอบกับนำมาใช้กับบุหรี่ไฟฟ้า ก็ถือว่ามีความผิดเพิ่มขึ้น เพราะอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้สูบนั้น ยังถือเป็นอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายอยู่ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันกฎหมายในประเทศเริ่มผ่อนปรนให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัย ซึ่งผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าสาสารถมี และใช้ยาที่มีส่วนผสมกัญชา หรือสารสกัดกัญชา เพราะกัญชายังมีสถานะเป็นยาเสพติดให้โทษ ดังนั้นผู้ผลิต ปลูก นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครอง ที่รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกัญชาไม่ว่ารูปแบบใด ย่อมมีความผิดตามกฎหมาย

หนึ่งในผู้ที่สกัดน้ำมันกัญชาเพื่อใช้รักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยตนเอง โดยปัจจุบันได้หายจากโรคมะเร็ง แต่ยังคงอยู่ระหว่างการติดตามผล ได้ให้ความคิดเห็นว่า สำหรับเขาหากต้องการใช้น้ำมันกัญชาเพื่อการรักษาโรค เขาไม่เห็นด้วยกับการใช้ด้วยวิธีการสูบผ่านบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากได้ผลช้ามากกว่าการใช้กัญชาโดยวิธีการสูบโดยตรง โดยมองว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารสกัดจากกัญชา เป็นเพียงการสูบเพื่อสันทนาการเพียงเท่านั้น

การขายซึ่งสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า ยังคงเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง สคบ.ที่ 9/2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่มีไว้สูบก็ถือว่ามีความผิด เพราะอุปกรณ์ที่สูบนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมาย ฉะนั้นจึงถือว่าเป็นผู้ที่มีสินค้าต้องห้ามไว้ในการครอบครอง

บุหรี่ไฟ้ฟ้า ระเบิดได้จริงหรือไม

ข่าวการระเบิดของบุหรี่ไฟฟ้า ปรากฏเพิ่มขึ้นตามสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ  โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของบุหรี่ไฟฟ้าในปี 2558 ว่ามีจำนวนมากถึง 56 ครั้ง โดยมีตัวอย่างเหตุการณ์ที่เด็กหญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดของบุหรี่ไฟฟ้า

ในขณะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้สูบที่สวนสนุกในรัฐฟลอริด้า รวมไปถึงการระเบิดของบุหรี่ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างชาร์จไฟในรถยนต์และระเบิดขึ้นหลังมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา บุหรี่ไฟฟ้าทำงานโดยอาศัยแบตเตอรี่ที่มีส่วนประกอบของลิเทียม (Lithium) ที่อยู่ในตัวอุปกรณ์ ซึ่งบรรจุอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับของเหลวซึ่งติดไฟได้ นั่นคือน้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า รวมไปถึงจำนวนวัตต์ที่ใช้ ชนิดของแบตเตอร์รี่ แรงดันไฟฟ้า การเก็บอุปกรณ์ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง และการนำตัวอุปกรณ์และแบตเตอรี่สัมผัสกับโลหะ เช่น เหรียญ กุญแจ หรือเครื่องประดับ นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการระเบิดในบุหรี่ไฟฟ้าได้เช่นกัน

อยากเลิกบุหรี่ ต้องทำงัย!!!

เมื่อพูดถึงบุหรี่ ก็จะมีหลายหลากประเภท ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟ้ฟ้า หรือบุหรี่ม้วน และมีบ้างคนที่คิดอยากจะเลิกแต่ก็ไม่สามารถเลิกได้สักที วันนี้เรามีวิธีที่จะทำให้คุณเลิกบุหรี่ได้แน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญที่ต้องมีเลยคือ ใจ ใจที่มั่นใจ และเราจะทำได้ เราจะผ่านมันไปได้

1. สร้างแรงจูงใจให้ชัดเจน จะเขียนแปะเอาไว้ในห้อง หน้าประตู หน้ากระจก หรือที่ไหนก็ได้ ว่าเราจะเลิกบุหรี่เพื่ออะไร เพื่อคนรัก เพื่อลูก เพื่อครอบครัว เพื่อสุขภาพของตัวเอง หรือแม้กระทั่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

2. ขอคำปรึกษาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นจากแพทย์โดยตรง โทร Quit Line 1600 สถาบันธัญญารักษ์ หรือคลิกนิกเลิกบุหรี่ตามโรงพยาบาลทั่วไป

3. กำหนดเวลาในการเลิกบุหรี่ที่แน่นอน กางปฏิทินขึ้นมา เอาปากกาวงไว้เลย วันนี้จะต้องเป็นวันเลิกบุหรี่วันแรก นับไป 3 เดือน ต้องไม่หยิบบุหรี่ขึ้นมาอีกเด็ดขาด เป็นต้น

4. ขนอุปกรณ์ในการสูบบุหรี่เอามาทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือ และนำขนมคบเคี้ยวที่แก้อยากบุหรี่เอาไว้ใกล้ๆ ตัว เช่น หมากฝรั่ง ลูกอม ผลไม้ เป็นต้น

5. ไม่อยู่ใกล้คนสูบบุหรี่ อันนี้สำคัญ หากเพื่อนๆ รอบตัวเรายังสูบบุหรี่ แล้วเราไปยืนข้างๆ มีโอกาสสูงที่เราจะเอาชนะความอยากไม่ได้ เหมือนลดน้ำหนักและเพื่อนลากไปกินบุฟเฟ่ต์นั่นแหละ

6. ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป ทราบดีว่าของแบบนี้ต้องมีวินัย แต่อย่าหมกมุ่นเคร่งเครียดจนเกินไป แทนที่สมองจะคิดแต่เรื่องเลิกบุหรี่ ห้ามใจตัวเองไม่ให้อยากบุหรี่ เราเอาสมองไปคิดเรื่องอื่นดีกว่า ให้ลืมๆ เรื่องบุหรี่ไปเลยจะดีกว่า

7. หากิจกรรมอื่นๆ ทำทดแทน หากเวลาเดิมๆ ที่คุณเคยสูบบุหรี่มาถึง เช่น พักกลางวัน พักบ่าย พักช่วงเย็น ต้องเดินลงไปสูบสักมวน ให้เอาเวลาช่วงนั้นไปทำอย่างอื่นแทน อาจจะออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ดูทีวี ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมอะไรก้ได้ที่ตัวเองชอบ ฆ่าเวลาเหล่านั้นไป

8. ต้องใจแข็งให้ถึงที่สุด ไม่มีการหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบโดยเด็ดขาด หากคุณลดน้ำหนักไปได้ 5 กิโลกรัม แล้วจะให้รางวัลกับตัวเองด้วยไอศกรีมถ้วยเล็กๆ ถ้วยหนึ่ง แบบนี้ไม่ได้ผิดอะไร แต่สำหรับบุหรี่ ที่เปรียบเสมือนยาเสพติด เลิกแล้ว ห้ามกลับไปลองโดยเด็ดขาด มวนเดียว ดูดซู้ดเดียว ก็ไม่ได้

9. ดูแลสุขภาพตามหลักง่ายๆ 3 ข้อ 1) ทานอาหารที่มีประโยชน์ 2) ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3) พักผ่อนให้เพียงพอ หากทำได้ตามนี้ รับรองว่าสุขภาพของคุณ รูปร่างของคุณดีขึ้นทันตาเห็นแน่นอน แล้วคุณจะไม่อยากกลับไปทรมายตัวเองอีก เชื่อเถอะ

10. ทุกครั้งที่รู้สึกท้อ สู้ไม่ไหว แข็งใจไม่ได้ ความอยากครอบงำอย่างถึงที่สุด ให้กลับไปดู “แรงจูงใจ” ที่เราเขียนเอาไว้อีกครั้ง ว่าเราเลิกบุหรี่เพื่ออะไร เพื่อใคร แล้วตั้งต้นสู้ใหม่ กิจกรรมที่ทำเพื่อหนีห่างบุหรี่ก็ขอให้ทำติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ช่วงเวลาเดิมๆ ให้ติดเป็นนิสัย