รัฐบาลนิวซีแลนด์ร่างกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

หลังจากคำตัดสินของศาลให้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนแต่ไม่เผาไหม้ (Heated tobacco) สามารถหาซื้อได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติปลอดบุหรี่ ปี 1990

ล่าสุด นางเจนนี่ ซเลซา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ให้เลิกบุหรี่ได้ เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปอย่างมีนัยยะ ดังนั้นจึงควรมีมาตรการควบคุมที่แตกต่างกัน ซึ่งในขณะนี้ทางรัฐบาลกำลังทำการร่างกฎหมายเพื่อควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอยู่

ในขณะที่นางทาเรียนา ทูเรีย อดีตสมาชิกพรรค Māori และเป็นผู้วางแผนนโยบาย Smokefree Aotearoa 2025 ได้ตั้งคำถามถึงการเคลื่อนไหวของรัฐบาลในการสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่ว่าช่วยได้จริงหรือ

ที่มา:www.thaithrnetwork.com

ทิ้งแนวคิด Quit or Die – รับแนวคิดลดอันตรายจากยาสูบ

เมื่อสส.เขามีมติเป็นเอกฉันท์เสนอกระทรวงสาธารณสุขให้ล้มเลิกแนวคิด Quit or Die ที่ให้ผู้สูบบุหรี่ไม่มีทางเลือก และรับแนวคิดลดอันตราย (Harm Reduction) มาใช้เหมือนกับประเทศอังกฤษและประเทศอื่นๆ ใส่บรรจุไว้เลยในแผนยุทธศาสตร์ควบคุมยาสูบแห่งชาติ โดยระบุชัดเจนครับว่าให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในทางเลือก เพราะมีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน โดยทางสส.ฟิลิปปินส์เขาอยากให้ยึดแบบอย่างจากประเทศอังกฤษ ซึ่งองค์การอนามัยโลกก็ยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีการควบคุมเรื่องยาสูบอย่างเคร่งครัด

Electronic-Cigarette

ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษ ซึ่งอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศอังกฤษก็ตกลงเรื่อยๆ และการศึกษาจาก Public Health England และ Cancer Research UK ยังสะท้อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นประตูสู่การสูบบุหรี่มวนอย่างที่หลาย ๆ คนกังวล เพราะตั้งแต่มีบุหรี่ไฟฟ้าใช้ในอังกฤษ อัตราการสูบบุหรี่ทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และกลุ่มเยาวชนตกลงทั้งคู่

ทั้งนี้นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ แนะรัฐบาลฟิลิปปินส์ว่าการออกกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้านั้นควรมีความชัดเจนว่าแตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป เพราะจะทำให้ผู้สูบบุหรี่เห็นภาพชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นปลอดภัยกว่าและขณะเดียวกันบุหรี่ไฟฟ้าเองก็ต้องมีมาตรฐาน ดึงดูดพวกเขาให้เปลี่ยนมาใช้ และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามรัฐก็ควรป้องกันการริเริ่มใช้จากกลุ่มคนไม่เคยสูบบุหรี่และเยาวชนไปในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้การศึกษาของ Harvard School of Public Health และ University of Massachusetts ชี้ว่าการเลิกบุหรี่ด้วยผลิตภัณฑ์นิโคตินทดแทน เช่น แผ่นแปะและหมากฝรั่ง ไม่สามารถช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถเลิกบุหรี่ได้ และหนึ่งในงานวิจัยระบุว่าการใช้นิโคตินบำบัดไม่มีมีประสิทธิภาพในการเลิกบุหรี่ระยะยาว ไม่ต่างกับความพยายามเลิกบุหรี่ด้วยวิธีการหักดิบเลยล่ะครับ