เคลียร์ชัด ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ คืออะไร เรียงให้ตั้งแต่ Gen แรก

หลายคนอาจสงสัยว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีกี่แบบ เห็นมีหน้าตาหลากหลายเต็มไปหมด วันนี้เราจึงจะมาเคลียร์ให้ชัด ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีกี่ประเภท เพื่อเป็นความรู้ให้กับผู้ที่ต้องการ ลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน

บุหรี่ไฟฟ้า (E – Cigarette) คือ อุปกรณ์สูบบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง มีกลไกไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแบตเตอรีให้ความร้อน ทำให้สารนิโคตินในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ประกอบไปด้วยสารเคมีต่าง ๆ เกิดการระเหย ผู้สูบจึงสูบไอระเหยนั้นเข้าไป และแม้ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะไม่ทำให้เกิดควันจากการเผาไหม้เหมือนกับบุหรี่ทั่วไป ช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับสารอันตรายจากการเผาไหม้บางตัวได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% เพราะสารเคมีในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็ยังคงส่งผลอันตรายต่อร่างกายอยู่เหมือนเดิม

เราก็ได้รู้กันไปแล้วว่าบุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร แต่ทีนี้หลายคนก็อาจจะยังสงสัยอยู่ว่า หน้าตาของบุหรี่ไฟฟ้าที่เคยเห็นมีทั้งแบบปากกา และแบบที่เป็น tank แล้วตกลงมันคือประเภทเดียวกันหรือเปล่า แตกต่างกันอย่างไร เราไปไขข้อสงสัยเหล่านี้กันเลยดีกว่าครับ

แต่ก่อนอื่นเราจะต้องรู้ก่อนว่า ความจริงแล้วบุหรี่ไฟฟ้า เป็นที่รู้จักในชื่อที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น E-cigs, Vapes, Vape pens / dab pens, Tanks, Mods, Pod-Mods หรือ Electronic nicotine delivery systems (ENDS) เพื่อที่จะได้ไม่งงกันนะครับ

วิวัฒนาการของบุหรี่ไฟฟ้า

เราจะมาเล่าให้ฟังกันครับว่า เรื่องราวของบุหรี่ไฟฟ้าเนี่ยมันมีวิวัฒนาการมาแล้วหลาย Generations โดยหลัก ๆ แล้วบุหรี่ไฟฟ้ามีด้วยกัน 2 ประเภท คือ

  • Disposable E-cigarettes (บุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้แล้วทิ้ง)
  • Refillable E-cigarette (บุหรี่ไฟฟ้าชนิดเติมน้ำยา)

First Generation: Disposable E-cigarettes

บุหรี่ไฟฟ้า Disposable E-cigarettes

เป็นบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หรือที่เรียกกันว่า ‘Cigalike’ มาจากการดีไซน์ที่เลียนแบบบุหรี่มวน ทั้งหน้าตา รูปทรง และขนาดที่เหมือนกับบุหรี่ทั่วไป แต่ความต่างก็คือ จะมีตัวที่ทำให้เกิดความร้อนและไอ เพิ่มเข้ามา

Second Generation: Prefilled or Refillable Cartridge (Battery Pen)

บุหรี่ไฟฟ้า Prefilled or Refillable Cartridge (Battery Pen)

บุหรี่ไฟฟ้าชนิดเติมน้ำยา ชาร์จแบตเตอรีซ้ำได้ ทำให้ใช้งานได้หลายครั้งด้วยการเติมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-Liquid / E-Juice) มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายกับบุหรี่แบบมวน และแบบ Cigalike เพียงแต่สามารถใช้ซ้ำได้

Third Generation: Tanks or Mods (Sub-Ohm)

บุหรี่ไฟฟ้า Tanks or Mods (Sub-Ohm)

บุหรี่ไฟฟ้าลักษณะแบบ Tanks ที่เราคุ้ยเคยกัน จะคล้ายกับบุหรี่ไฟฟ้าแบบ Battery Pen เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่า สามารถปรับแรงดันไฟฟ้า ขนาดของตัวที่ทำให้เกิดไอและความร้อน รวมถึงขนาดและปริมาณของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าได้ โดยถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จนทำให้ Mods หรือ บุหรี่ไฟฟ้ายิงสด แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ

บุหรี่ไฟฟ้า

– Regular Mod บุหรี่ไฟฟ้าที่ มีแผงวงจรควบคุม มีหน้าจอแสดงควบคุมการจ่ายไฟ สามารถตั้งค่าควบคุมอุณหภูมิได้ (Temp control mode) มีระบบความปลอดภัยที่ถูกตั้งขึ้นมาในชิปควบคุม หากค่า ohm ต่ำกว่าที่กำหนด มันจะปฎิเสธการทำงานทันที
– Unregulated mod มี 2 แบบ คือ แบบแท่งและแบบกล่อง ต่างจาก Regular Mod โดยสิ้นเชิง เพราะ ไม่มีแผงวงจรควบคุม กลไกการทำงานจึงขึ้นตรงระหว่างอะตอมบุหรี่ไฟฟ้า กับ แบตเตอรี/ถ่านของบุหรี่ไฟฟ้า เท่านั้น ข้อดีเมื่อไม่มีแผงวงจรควบคุมทำให้มีอิสระการเล่นให้มากขึ้น สนุกกับควันที่ออกมา แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงในการใช้ถ่าน ซึ่งอาจเกิดข้อผิดพลาดระหว่างใช้งานได้ เช่น ระเบิด หรือช็อตจนควันขึ้น

*Mods คือ กล่องจ่ายไฟ มีหน้าที่ยิงกระแสไฟฟ้าจากถ่านหรือแบตเตอรีส่งไปให้อะตอมโดยตรง (ไม่ว่าจะมีแผงวงจรควบคุมหรือไม่ อะไรที่เป็นตัวใส่ถ่านก็เรียก Mod หมด)

Fourth Generation: Pod Mods

บุหรี่ไฟฟ้า Pod system

Pod ระบบ Mod ยิงสด หรือรู้จักกันในชื่อ Pod System เป็นบุหรี่ไฟฟ้าอีกรูปแบบนึงที่จะเน้นการรับสารนิโคติน จ่ายไฟได้น้อย กลิ่นและควันจึงน้อยกว่าแบบ Mod มีลักษณะเล็ก พกพาสะดวก ใช้งานง่าย แต่ในปัจจุบัน Pod ได้พัฒนาให้มีแบบ โมลวด โมสำลี โมคอยล์ เพิ่มลูกเล่นเข้ามาหลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าแบบ Pod ก็แบ่งการใช้งานออกเป็น 2 อย่าง คือ
– Closed System ระบบปิด หัว tank ไม่สามารถเติมน้ำยาได้ เมื่อสูบหมดก็ทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่
– Open System ระบบเปิด มีช่องให้เติมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าลงไปใหม่ได้

บุหรี่ไฟฟ้า I Quit Ordinary Smoking (IQOS)

บุหรี่ไฟฟ้าทางเลือกแบบใหม่I Quit Ordinary Smoking (IQOS)

บุหรี่ไฟฟ้า IQOS คือ เทคโนโลยี heat not burn technology เป็นการใช้ความร้อนแต่ไม่เผาไหม้ ต้องใช้กับบุหรี่แบบมวนเฉพาะรุ่น หรือที่เรียกว่า Heatstick เท่านั้น (อย่าเผลอไปเอาบุหรี่มวนทั่วไปมาใส่เข้าล่ะ) ออกแบบมาเพื่อลดอัตราการเกิดมะเร็ง ควบคุมปริมาณสารอันตรายอย่าง นิโคติน ในบุหรี่ทั่วไป

ส่วนประกอบเติมเต็มความเป็น บุหรี่ไฟฟ้า

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

ส่วนประกอบสำคัญของการใช้งาน บุหรี่ไฟฟ้า ก็ต้องมี น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-Liquid / E-Juice) มีส่วนผสมเป็นสารเคมี อย่าง

  • นิโคติน (Nicotine) – สารเสพติดที่ทำให้ร่างกายเสพติดการสูบบุหรี่ มีทั้งในบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่แบบมวน
    ผลกระทบต่อร่างกาย กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจ รวมถึงการหายใจ เสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดและโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
  • โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol) – ส่วนประกอบของสารที่ทำให้เกิดไอ
    ผลกระทบต่อร่างกาย เมื่อสัมผัสหรือสูดดม อาจระคายเคืองผิวหนัง ดวงตา และปอดได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง *องค์การอาหารและยา (FDA) ยืนยันถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้ทั้งในอาหารและยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย
  • กลีเซอรีน (Glycerine) – สารเพิ่มความชื้น ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่มีรสชาติหวานเล็กน้อย ผสมกับสารโพรไพลีนไกลคอล
    ผลกระทบต่อร่างกาย *องค์การอาหารและยา (FDA) ยืนยันถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้ทั้งในอาหารและยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย
  • สารแต่งกลิ่นและรส (Flavoring) – สารเคมีที่ใช้กับอาหารทั่วไป
    ผลกระทบต่อร่างกาย *ปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วจะเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย

บุหรี่ไฟฟ้า กับ บุหรี่แบบมวน อะไรอันตรายมากกว่ากัน ?

บุหรี่ไฟฟ้า กับ บุหรี่แบบมวน อะไรอันตรายมากกว่ากัน ?

อย่างที่เราบอกไว้ในตอนต้นว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าแม้ไม่ทำให้เกิดควันจากการเผาไหม้เหมือนกับบุหรี่แบบมวน แต่สารประกอบอื่นที่ผสมอยู่ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ไม่แพ้กันเลย นอกจากนี้ยังมีบางงานวิจัยที่ระบุว่า ไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดอนุภาคเล็กกว่าบุหรี่แบบมวน ทำให้สามารถถูกสูดเข้าไปในปอดส่วนลึกได้มากกว่า ซึ่งอนุภาคที่เล็กนี้จะจับเข้ากับเนื้อเยื่อปอดและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว และยากที่กลไกธรรมชาติของร่างกายจะขับออกมาได้

อย่างไรก็ตาม กฏหมายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ก็ยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่ มีโทษทั้งผู้ฝ่าฝืนลักลอบนำเข้า และผู้ขายหรือให้บริการ รวมถึงผู้ที่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งบทความนี้เราไม่ได้มีเจตนาจะสนับสนุนให้คนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าแต่อย่างใด เราเพียงรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาแชร์เป็นความรู้ อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นเท่านั้น

ฝ่ายต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้ายังเหลือข้ออ้างในการแบนดีๆอีกไหม

คณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎรของออสเตรเลียได้ตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า โดยคณะกรรมการส่วนใหญ่ (เสียง 5 ต่อ 3) เห็นว่าควรห้ามซื้อขายและใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินในออสเตรเลียต่อไป

ในขณะเดียวกันทางฝั่งเสียงข้างน้อยได้ตีพิมพ์รายงานสรุปว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ที่ได้พยายามเลิกแล้วแต่ไม่สำเร็จน่าจะช่วยชีวิตผู้คนได้นับพันนับหมื่น ดังนั้นบุหรี่ไฟฟ้าจึงควรเป็นสินค้าที่ผู้สูบบุหรี่ชาวออสเตรเลียสามารถซื้อหาได้

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาออสเตรเลียนับว่าเป็นหัวหอกในการออกนโยบายที่มุ่งลดจำนวนผู้เสียชีวิตและอันตรายที่เกิดจากยาสูบ อย่างไรก็ตาม ทุกปียังมีชาวออสเตรเลียชีวิตกว่า 19,000 ราย เนื่องจากโรคร้ายที่เกิดจากยาสูบ

อย่างไรก็ตามในปี 2553 หลังจากที่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมแพร่หลายในประเทศอังกฤษและอเมริกา ทำให้อัตราผู้สูบบุหรี่ในทั้งสองประเทศลดลงต่ำอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อัตราการสูบบุหรี่ในออสเตรเลียกลับคงที่ในช่วงปี 2556-2559 (เพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำในบางรัฐ) ทำให้ตอนนี้อัตราการสูบบุหรี่ในอังกฤษและสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำกว่าออสเตรเลียเป็นครั้งแรก

ปัจจุบันออสเตรเลียเลือกที่จะใช้นโยบายการขึ้นราคาบุหรี่จนราคาบุหรี่ในประเทศอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในโลกอยู่แล้ว แต่อัตราผู้สูบบุหรี่ในกลุ่มรายได้น้อยกลับยังสูงขึ้นกว่าเดิม จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่าการขึ้นราคาบุหรี่ต่อไปนั้นเป็นการควบคุมที่เหมาะสมหรือไม่ หากควบคุมไม่ได้ เห็นสมควรแล้วหรือที่รัฐจะยังคงห้ามซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าต่อไปในเมื่อมันมีความเสี่ยงน้อยกว่าบุหรี่มวนและยังเป็นเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ได้

ต้องขอบคุณคณะกรรมการเสียงข้างน้อยทั้ง 3 รายนั้น ซึ่งก็คือ เทรนต์ ซิมเมอร์แมน, ทิม วิลสัน และแอนดรูว์ เลมมิง ที่มีความกล้าที่จะพยายามช่วยชีวิตผู้สูบบุหรี่และป้องกันความทุกข์ทรมานเนื่องจากการสูบบุหรี่

ที่มา: www.thaithrnetwork.com

ผู้สูบบุหรี่ลดลงในอังกฤษมากกว่า 1.6 ล้านรายในเวลา 6 ปี

เมื่อเดือนที่แล้วสาธารณสุขประเทศอังกฤษและสำนักงานสถิติแห่งชาติออกมาเปิดเผยจำนวนผู้สูบบุหรี่ในประเทศว่าลดลงกว่า 1.6 ล้าน – 6.1 ล้านคนแล้วเมื่อดูกันตั้งแต่ปี 2011 – 2017 ในขณะเดียวกันนะครับเขาก็พบว่าผู้ใช้บริการศูนย์เลิกบุหรี่ในระบบศูนย์ดูแลสุขภาพแห่งชาติก็มีจำนวนลดลงจาก 8 แสนรายในปี 2011 เหลือเพียง 3 แสนรายในปี 2017 เท่านั้น

ส่วนอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในปี 2017 อยู่ที่ร้อยละ 5 ซึ่งมีความใกล้เคียงกับปีก่อน โดยพบว่ากลุ่มอายุ 25 – 49 ปีมีอัตราผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากกว่ากลุ่มอายุอื่น และมีวัตถุประสงค์ในการใช้เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ ทั้งนี้ประมาณ 70% ของผู้สูบบุหรี่เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา

ในด้านการเลิกบุหรี่ด้วยการให้นิโคตินทดแทนและการให้ยาเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ เช่น varenicline มีปริมาณลดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ยา bupropion เป็นยาที่สั่งจ่ายให้กับผู้สูบบุหรี่น้อยที่สุด ทั้งนี้ ผลจากอัตราการสูบบุหรี่ที่ลดลงทำให้ค่าใช้จ่ายของยาและเวชภัณฑ์สำหรับการเลิกบุหรี่นั้นลดลงเช่นกัน

ที่มา:www.thaithrnetwork.com

ผู้แทนราษฎรอังกฤษหนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อสู้กับบุหรี่มวน

ล่าสุดสส.อังกฤษพากันยื่นเรื่องต่อรัฐบาลให้พิจารณาเรื่องการผ่อนปรนกฎหมายและการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เพราะเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะนำพาประเทศเขาให้ชนะสงครามกับบุหรี่ธรรมดาได้

เพราะเขามองว่าบุหรี่ไฟฟ้ายังมีปัญหาเรื่องการยอมรับจากสังคมอยู่ ทั้งที่ความจริงแล้วนั้นทั้งสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England) และคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอังกฤษ (The Science and Technology Committee) ต่างยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นถึงแม้มันจะไม่ปลอดภัย 100% แต่ก็ปลอดภัยกว่าบุหรี่มวนที่คนสูบกันในปัจจุบันอย่างแน่นอน นอกจากนั้นสาธารณสุขอังกฤษยังบอกด้วยนะครับว่ายังไม่มีงานวิจัยที่ชี้ชัดอย่างมีนัยยะว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะทำให้เยาวชนหันไปสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น

ข้อเสนอต่อรัฐบาล

  1. ให้ผู้ผลิตมีอิสระมากขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า
  2. ทำให้กฎหมายการควบคุมนั้นเบาลงและภาษีก็อย่าเก็บเท่ากับบุหรี่ทั่วไป เพราะระดับความอันตรายมันต่างกัน ก็ไม่ควรเก็บเท่ากัน
  3. เขารอบคอบครับ หมั่นทบทวนเป็นประจำทุกปีถึงผลกระทบมีต่อสุขภาพที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบไม่เผาไหม้
  4. ดีเบตกันเลยครับเกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะ
  5. ให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์
  6. กำหนดระดับความเข้มข้นของน้ำยาและขนาดบรรจุใหม่
  7. เลิกแบนสนูส หรือที่เรียกว่ายาสูบแบบเคี้ยว (เพราะตอนนี้ผิดกฎของสหภาพยุโรป)

สถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าล่าสุดในอังกฤษเป็นอย่างไรบ้าง

2.9 ล้านคนใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยมีประมาณ 470,000 คนใช้เพื่อเลิกบุหรี่มวน และปัจจุบันก็มีหลายหมื่นคนที่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จแล้ว

นอร์แมน แลมป์ ประธานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ ชี้ให้เห็นครับว่าระเบียบข้อบังคับปัจจุบันไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน ยังมีธุรกิจร้านค้า การคมนาคมและที่สาธารณะอีกมากมายที่ควรเข้าใจและเลิกมองบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนกันกับบุหรี่มวน

ได้แล้ว และหากมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง บุหรี่ไฟฟ้าก็จะถือเป็นเครื่องมือสำคัญของระบบดูแลสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ช่วยคนเลิกบุหรี่ได้

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน

ประเด็นหลักที่พบบ่อยคือความกังวลว่าเยาวชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะหันมาสูบบุหรี่ในเวลาต่อมา ซึ่งทางอังกฤษเองก็พยายามทำการทดลอง เช่น การทดลองในเรือนจำไอล์ออฟแมนเป็นระยะเวลา 6 เดือน ผลคือผู้ต้องขังที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีภาวะที่สงบมากขึ้นและก็สามารถเลิกบุหรี่ได้ ถึงกระนั้นครับก็ยังไม่มีงานวิจัยในระยะยาว (อย่างที่หมอๆบ้านเราถามหาเป็นประจำอ่ะนะครับ) แต่ก็มีผลงานวิจัยในห้องทดลองกับเซลล์ปอดในระยะแรกพบว่าไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัย 100% แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข หมอและนักวิทยาศาสตร์ก็ระบุตรงกันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน

ตัวอย่างผลตอบรับจากรายงานของ ส.ส. เป็นอย่างไร

  • สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ (PHE) ยืนยันครับว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ปกติถึง 95%
  • ทั้งนี้บุหรี่ไฟฟ้าจะไม่ได้ปราศจากอันตรายทั้งหมด แต่ปลอดภัยกว่าอันตรายของบุหรี่มาก และยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าเยาวชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะไปใช้บุหรี่กัน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่อังกฤษ (ASH UK) ตอบรับรายงานเป็นอย่างดี (ช่างมีความแตกต่างจากบ้านเราเหลือเกิน) แต่ก็ยังกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบในการโฆษณา
  • สถาบันมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร (Cancer Research UK) กฎระเบียบของบุหรี่ไฟฟ้า ควรมีเป้าหมายในการช่วยผู้สูบให้เลิกบุหรี่ได้ และป้องกันเยาวชนจากการริเริ่มใช้ในเวลาเดียวกัน

ที่มา:www.thaithrnetwork.com

รัฐบาลนิวซีแลนด์ร่างกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

หลังจากคำตัดสินของศาลให้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนแต่ไม่เผาไหม้ (Heated tobacco) สามารถหาซื้อได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติปลอดบุหรี่ ปี 1990

ล่าสุด นางเจนนี่ ซเลซา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ให้เลิกบุหรี่ได้ เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปอย่างมีนัยยะ ดังนั้นจึงควรมีมาตรการควบคุมที่แตกต่างกัน ซึ่งในขณะนี้ทางรัฐบาลกำลังทำการร่างกฎหมายเพื่อควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอยู่

ในขณะที่นางทาเรียนา ทูเรีย อดีตสมาชิกพรรค Māori และเป็นผู้วางแผนนโยบาย Smokefree Aotearoa 2025 ได้ตั้งคำถามถึงการเคลื่อนไหวของรัฐบาลในการสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่ว่าช่วยได้จริงหรือ

ที่มา:www.thaithrnetwork.com

ทิ้งแนวคิด Quit or Die – รับแนวคิดลดอันตรายจากยาสูบ

เมื่อสส.เขามีมติเป็นเอกฉันท์เสนอกระทรวงสาธารณสุขให้ล้มเลิกแนวคิด Quit or Die ที่ให้ผู้สูบบุหรี่ไม่มีทางเลือก และรับแนวคิดลดอันตราย (Harm Reduction) มาใช้เหมือนกับประเทศอังกฤษและประเทศอื่นๆ ใส่บรรจุไว้เลยในแผนยุทธศาสตร์ควบคุมยาสูบแห่งชาติ โดยระบุชัดเจนครับว่าให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในทางเลือก เพราะมีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน โดยทางสส.ฟิลิปปินส์เขาอยากให้ยึดแบบอย่างจากประเทศอังกฤษ ซึ่งองค์การอนามัยโลกก็ยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีการควบคุมเรื่องยาสูบอย่างเคร่งครัด

Electronic-Cigarette

ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษ ซึ่งอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศอังกฤษก็ตกลงเรื่อยๆ และการศึกษาจาก Public Health England และ Cancer Research UK ยังสะท้อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นประตูสู่การสูบบุหรี่มวนอย่างที่หลาย ๆ คนกังวล เพราะตั้งแต่มีบุหรี่ไฟฟ้าใช้ในอังกฤษ อัตราการสูบบุหรี่ทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และกลุ่มเยาวชนตกลงทั้งคู่

ทั้งนี้นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ แนะรัฐบาลฟิลิปปินส์ว่าการออกกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้านั้นควรมีความชัดเจนว่าแตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป เพราะจะทำให้ผู้สูบบุหรี่เห็นภาพชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นปลอดภัยกว่าและขณะเดียวกันบุหรี่ไฟฟ้าเองก็ต้องมีมาตรฐาน ดึงดูดพวกเขาให้เปลี่ยนมาใช้ และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามรัฐก็ควรป้องกันการริเริ่มใช้จากกลุ่มคนไม่เคยสูบบุหรี่และเยาวชนไปในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้การศึกษาของ Harvard School of Public Health และ University of Massachusetts ชี้ว่าการเลิกบุหรี่ด้วยผลิตภัณฑ์นิโคตินทดแทน เช่น แผ่นแปะและหมากฝรั่ง ไม่สามารถช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถเลิกบุหรี่ได้ และหนึ่งในงานวิจัยระบุว่าการใช้นิโคตินบำบัดไม่มีมีประสิทธิภาพในการเลิกบุหรี่ระยะยาว ไม่ต่างกับความพยายามเลิกบุหรี่ด้วยวิธีการหักดิบเลยล่ะครับ

UAE พิจารณายกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า

ถึงแม้ UAE จะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการแบนบุหรี่ไฟฟ้า แต่ในทางตรงกันข้ามตลาดมืดค้าขายบุหรี่ไฟฟ้ากลับโตขึ้นเรื่อย ๆ

ล่าสุดครับ มีข่าวรายงานว่าขณะนี้หน่วยงานมาตรฐานสินค้ายูเออี (Emriates Authority for Standardisation and Metrology) หรือที่เรียกกันว่า ESMA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับควบคุมสินค้าผู้บริโภคได้ดำเนินการตรวจสอบว่าควรยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกันหรือไม่ ซึ่งผลการพิจารณาเบื้องต้นจาก ESMA น่าจะเป็นตัวตัดสินว่าการแบนนี้จะถูกยกเลิกหรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผลกระทบในระยะยาวจากบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่แน่ชัด งานวิจัยโดยมหาวิทยาลัย Birmingham ในอังกฤษที่ทำการจำลองการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้วพบว่าไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้านั้นยังมีความเป็นพิษต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิตและอาจก่อให้เกิดการอักเสบของปอด ถึงกระนั้นก็ตามเมื่อทำการเปรียบเทียบปริมาณสารก่อดมะเร็งในควันบุหรี่มวนกับไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้าจะพบว่าสารก่อมะเร็งดังกล่าวมีปริมาณลดลงอย่างมากในไอละออง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง แต่ผลระยะยาวนั้นยังไม่มีการยืนยันแน่ชัด นักวิจัยชี้ว่าถ้ามีการใช้ในระยเวลา 20 ถึง 30 ปี ก็อาจเกิดความเสี่ยงเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้

ไอร์แลนด์ยังคงต้องรออีก 34 ปีกว่าจะเป็นประเทศไร้ควัน

นายเควิน บารอน สมาชิกรัฐสภาอังกฤษ ผู้รณรงค์ในการเลิกบุหรี่ เคยกล่าวไว้ระหว่างการอภิปรายว่าอัตราการสูบบุหรี่ในไอร์แลนด์ไม่ได้ลดลงเลยเพราะความล้มเหลวของหน่วยงานสาธารณสุขในการสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า และปัจจุบันการสูบบุหรี่ ซึ่งรวมถึงผลกระทบจากควันบุหรี่มือสอง ถูกระบุว่าเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของคนนับร้อยและก่อให้เกิดการเจ็บป่วยกว่าพันคนทั่วประเทศในทุกสัปดาห์

เมื่อต้นเดือนตุลาคม หน่วยงานสุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety Executive หรือ HSE) ออกโรงเตือนไอร์แลนด์ว่าเสี่ยงต่อการล้มเหลวในการเป็นประเทศปลอดบุหรี่ในปี 2025 (ซึ่งน่าจะล่าช้าไปอีก 27 ปี ก็คือปี 2052 นั่นเอง) ซึ่งรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะมีจำนวนผู้สูบบุหรี่เหลือเพียงแค่ 5% จากประชากรทั้งหมด โดยสัญญาณความล่าช้านี้ได้สร้างแรงกดดันต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายไซมอน แฮริส (Simon Harris) จนทำให้มีท่าทีอ่อนลงต่อบุหรี่ไฟฟ้าในการใช้ช่วยผู้สูบบุหรี่ให้เลิกบุหรี่ ทั้งนี้ ปัจจุบัน 18% ของชาวไอริชสูบบุหรี่เป็นประจำทุกวัน

ท่านสมาชิกวุฒิสภา Catherine Noone กล่าวว่าปัญหาดังกล่าวยังเกิดอย่างต่อเนื่องและชี้ให้เห็นว่าประเทศไอร์แลนด์ยังคงต่อใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะได้เป็นประเทศปลอดบุหรี่ ดังนั้น รัฐควรทำการตรวจสอบ ทำความเข้าใจ และวิเคราะห์นโยบายว่าด้วยบทบาทของบุหรี่ไฟฟ้ารวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อหาโอกาสที่จะกำจัดบุหรี่ได้ ถึงแม้การใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นเรื่องที่ต่างจากอุดมการณ์ แต่ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ให้อันตรายน้อยที่สุดแล้วก็ว่าได้และหน่วยงานดูแลสุขภาพของประเทศไอร์แลนด์รายังรายงานว่ากว่า 37% ของผู้ที่สามารถเลิกบุหรี่ในปีที่แล้วโดยใช้บุหรี่ไฟฟ้า

กรมสุขภาพในประเทศไอร์แลนด์กล่าวว่าการประเมินผลด้านเทคโนโลยีและสุขภาพที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ได้จัดทำโดยหน่วยงานข่าวสารและคุณภาพด้านสุขภาพซึ่งผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ แต่ตอนนี้ก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่ และถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีบุหรี่ไฟฟ้าตัวไหนที่ได้รับการรับรองอย่างถูกกฎหมายในไอร์แลนด์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งการศึกษาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้านั้นยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถึงแม้บุหรี่ไฟฟ้าจะมีความปลอดภัยมากกว่าบุหรี่ธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด

FDA เร่งขั้นตอนการพิจารณาบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ

องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาอาจจะเร่งขั้นตอนการพิจารณาบุหรี่ไฟฟ้าให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ดึงดูดเยาวชนให้หันมาใช้ นาย Scott Gottlieb กรรมาธิการองค์กรอาหารและยาฯ บอกกับสำนักข่าว CNBC ทั้งนี้ นาย ก๊อตเลียบ เคยประกาศว่าตอนนี้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นแล้ว ดังนั้นจึงสั่งให้ผู้ผลิตทั้ง 5 เจ้า (Juul, British American Tobacco’s Vuse, Altria’s MarkTen, Imperial Brands’ Blu E-cigs และ Japan Tobacco) ส่งแผนป้องกันการใช้สินค้าของพวกเขาในกลุ่มเยาวชนภายใน 60 วัน

ทั้งนี้ ผู้ผลิตบางรายกล่าวว่าคำสั่งของ FDA ที่ว่าให้บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาก่อนถึงจะวางขายได้อาจกลายเป็นอุปสรรคในการควบคุมการใช้ในกลุ่มเยาวชนได้ เช่น เทคโนโลยี Bluetooth ที่จะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ใกล้โรงเรียน

อย่างไรก็ตาม FDA กล่าวว่าขณะที่บริษัทเหล่านี้พูดคุยกับนักข่าวและนักการเมืองเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ แต่ก็ไม่เห็นจะยกประเด็นเหล่านี้มาคุยกับ FDA บ้างเลย ทั้งนี้ FDA เองก็พร้อมเสมอในการพูดคุยประเด็นดังกล่าว นอกจากนี้ นาย Gottlieb ยังกล่าวว่าถ้ามีผู้ผลิตมีไอเดียดีๆ เกี่ยวกับการทำให้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าดึงดูดกลุ่มเยาวชนน้อยลง หรือปรับเปลี่ยนให้มีผลเสียต่อกลุ่มเด็กวัยรุ่นน้อยลง เราจะสนใจเป็นอย่างยิ่งและเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้ในการกำหนดมาตรการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันแบรนด์ Juul ครองตลาดบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 73% และเชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ทั้งนี้บริษัทตั้งใจจะเปิดตัวอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นบลูทูธในตลาดต่างประเทศ

บุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ช่วยเลิกบุหรี่แต่ออสเตรเลียก็ยังไม่ได้ใช้

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 21,000 คน โดย National Health Survey ยืนยันว่าอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศออสเตรเลียยังคงที่ โดยในปี 2017-18 มีอัตราผู้สูบบุหรี่อยู่ที่ 15.2% เทียบกับปี 3 ปีก่อนอยู่ที่ 16%

ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับผลการสำรวจอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นว่าตัวเลขผู้สูบบุหรี่นั้นคงที่ตั้งแต่ปี 2013 และมีอัตราสูงขึ้นในบางพื้นที่ เช่น นิวเซาท์เวลส์ และเซาท์ออสเตรเลีย ดังนั้นเมื่อผู้สูบบุหรี่ไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ เราก็ควรจะต้องมีแนวทางใหม่ๆ ในการช่วยเหลือพวกเขา

ซึ่ง1ในทางเลือกที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จกันอยู่ในต่างประเทศในปัจจุบันก็คือการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน บุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมในการใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยเลิกบุหรี่ในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ซึ่งก็ได้ช่วยผู้สูบบุหรี่หลายล้านเลิกบุหรี่ได้ ด้วยคุณสมบัติคือช่วยให้ผู้สูบบุหรี่ยังได้รับประสบการณ์คล้ายการสูบบุหรี่ แต่มีอันตรายน้อยกว่าและยังลดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเทศออสเตรเลียเป็น 1 ในประเทศที่เข้มงวดที่สุดในโลกในเรื่องการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เช่น การใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เป็นอุปสรรคในการเปลี่ยนผู้สูบบุหรี่ให้ไปใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่อันตรายน้อยกว่า แม้ว่าจะมีบางพื้นที่ในประเทศที่ถูกกฎหมาย

แคมเปญ “switch2vaping” โดย Australian Tobacco Harm Reduction Association องค์กรที่จัดขึ้นโดยกลุ่มแพทย์ที่ต้องการสนับสนุนในผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ หรือไม่พร้อมเลิกบุหรี่ เปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าในทางที่ถูกกฎหมาย และช่วงเวลานี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะเจาะเพราะมีผู้สูบบุหรี่หลายคนต้องการจะเลิกบุหรี่ในปีใหม่ที่จะถึงนี้

การใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัย 100% แต่นักวิทยาศาสตร์ก็เห็นพ้องว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน อย่างเช่น ราชวิทยาลัยการแพทย์แห่งสหราชอาณาจักรสรุปไว้ในรายงานว่า ผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาวนั้นก็ไม่น่าจะเกิน 5จากอันตรายที่เกิดจากการสูบบุหรี่เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่มีในปัจจุบัน

แม้บางคนจะชี้ว่าการใช้นิโคตินระยะยาวจะมีความเสี่ยง แต่นิโคตินในบุหรี่ก็ไม่ได้เป็นต้นเหตุหลักของโรค ซึ่งจริงๆ คือกระบวนการสันดาป (การเผาไหม้) ที่ทำให้เกิดสารเคมีที่เป็นพิษนับพัน แต่ก็น่าแปลกที่ไม่มีการโต้เถียงกันเรื่องนิโคตินแผ่นแปะ หมากฝรั่งนิโคติน และสเปรย์นิโคตินที่มีวางขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต

ยิ่งเป็นเรื่องน่ากังวลมากขึ้นเมื่อมีการรายงานการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในวัยรุ่นในประเทศอเมริกา สถานการณ์ต้องเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง การใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในเยาวชนเป็นการทดลองใช้และใช้เป็นครั้งคราว  ส่วนอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำโดยผู้ที่ไม่สูบบุหรี่นั้นมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามอัตราการสูบบุหรี่ในเยาวชนลดลงอย่างรวดเร็วในอเมริกาและมีหลักฐานชี้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้เปลี่ยนเยาวชนจากการสูบบุหรี่เป็นการใช้บุหรี่ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีบางคนในองค์กรเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบมีการคัดค้านการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพราะพวกเขาไม่เชื่อในเรื่อง “Hand to mouth” (การเสพติดทางพฤติกรรม) เป็นการเลียนแบบการสูบบุหรี่ ในขณะที่บางคนตัดสินว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายโดยมองถึงความเสี่ยงทุกๆ ทางเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคนเหล่านี้ล้วนไม่มองถึงผลประโยชน์ทั้งทางด้านสุขภาพและด้านการเงินเมื่อเปรียบเทียบกับการสูบบุหรี่มวนต่อไป