สถานการณ์ของบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน

ต่างประเทศ

ในปัจจุบันมีกว่า 160 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งในแต่ละประเทศจะมีมาตรการการควบคุมที่แตกต่างกันไป และมีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ยังคงเลือกใช้มาตรการการแบนอย่างเบ็ดเสร็จ อย่างไรก็ตามก็มีบางประเทศที่แบนบุหรี่ไฟฟ้าแต่ให้การสนับสนุนนักวิจัยในการศึกษาบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เช่น ประเทศออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่งประเทศสิงค์โปรที่อนุญาตให้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อทำงานวิจัยได้ นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้ายังประสบอีกหนึ่งปัญหาใหญ่คือมีผู้สูบบุหรี่จำนวนมากที่มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เช่น งานวิจัยในประเทศอังกฤษพบว่าผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่าบุหรี่มวน จึงไม่กล้าเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้า จึงทำให้หน่วยงานสาธารณสุขทำการรณรงค์ให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า

ประเทศไทย

กลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีความพยายามยื่นเรื่องขอให้ภาครัฐพิจารณายกเลิกการแบนแบบเบ็ดเสร็จ และหันมาควบคุมด้วยมาตรการที่เหมาะสม เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันการริเริ่มใช้และการป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน ด้วยเหตุผลที่ว่ายังคงมีผู้สูบบุหรี่ที่ยังต้องการสูบบุหรี่ต่อไป ผู้ที่ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ และผู้ที่ต้องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการเลิกบุหรี่ กลุ่มคนเหล่านี้จึงควรได้รับสิทธิ์ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทางเลือก (เช่น บุหรี่ไฟฟ้า) ที่อันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนซึ่งมีขายทั่วไปในประเทศ อย่างไรก็ตามการแบนแบบเบ็ดเสร็จในปัจจุบันจะทำให้เกิดการซื้อขายในตลาดมืดที่ไม่สามารถควบคุมทั้งเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และการป้องกันการเข้าถึงของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ฝ่ายต่อต้านแสดงความกังวลถึงการที่ยังไม่มีงานวิจัยในระยะยาวยืนยันถึงความปลอดภัยของบุหรี่ไฟฟ้า การริเริ่ม ไปจนถึงการเข้าถึงของเยาวชน

ที่มาของบุหรี่ไฟฟ้า

เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2506 ในประเทศสหรัฐอเมริกา จดชื่อทางสิทธิบัตรว่า “Smokeless non-tobacco cigarette” โดย Herbert A. Gilbert ซึ่งอธิบายไว้ว่า สิ่งประดิษฐ์นี้ทำการแทนที่การเผาใบยาและกระดาษ ด้วยความร้อน ความชุ่มชื้น และกลิ่นไอในอากาศ อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นของบุหรี่ไฟฟ้าในครั้งนั้นยังไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจากยังไม่มีสารนิโคตินในตัวอุปกรณ์ จึงยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการนิโคตินของผู้สูบบุหรี่ได้

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2546 Hon Lik เภสัชกรชาวจีน ประดิษฐ์บุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารนิโคตินขึ้นมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดของบิดา โดย Hon Lik อธิบายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าไว้ว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นการสูบนิโคตินที่สะอาดและปลอดภัยกว่า และได้วางขายในประเทศจีนเป็นประเทศแรกในปีถัดไป ตามด้วยประเทศในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2549 – 2550

ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมในหลายประเทศ ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและอันตรายที่เกิดจากตัวอุปกรณ์ และการริเริ่มใช้ในเยาวชน หน่วยงานรัฐในหลายประเทศจึงเลือกที่ออกกฎหมายเพื่อควบคุมมาตรฐานทั้งตัวอุปกรณ์และน้ำยา รวมถึงมาตรการป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน

 

แรงบันดาลใจ การคิดค้นบุหรี่ไฟฟ้า

หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่าบุหรี่ไฟฟ้าเริ่มต้นคิดค้นมาได้อย่างไรและมีแรงจูงใจจากอะไร นั่นก็เพราะจากความตื่นตัวและความตระหนักถึงควันบุหรี่มือสองที่อาจเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างได้ จึงทำให้เกิดการคิดค้นบุหรี่แบบใหม่ที่ก่อให้เกิดควันพิษน้อยที่สุด จึงเกิดเป็นบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมานั่นเอง โดยบุหรี่ประเภทนี้ ผู้สูบจะได้รับสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ซึ่งไม่ผ่านการเผาไหม้จึงทำให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด และไม่เกิดควันพิษหรือมีกลิ่นเหม็นที่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้างอีกด้วย หมดปัญหาเรื่องภัยร้ายจากควันบุหรี่มือสองไปได้เลย

Hon Lik

Hon Lik ชายผู้คิดค้นบุหรี่ไฟฟ้า 

Hon Lik เป็นคนประเทศจีน เมืองปักกิ่ง ทำอาชีพเป็นเภสัชกรและนักประดิษฐ์ เค้าเป็นคนหนึ่งที่เคยสูบบุหรี่มวลมากถึงวันละ 2-3 ซอง สิ่งแรกที่ Hon Lik ทำทุกวันในเวลาเช้าคือ การจุดบุหรี่สูบ เขามักสูบบุหรี่ไปด้วยระหว่างการฟังเลกเชอร์ในมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาศึกษาด้าน Oriental Medicine และสูบระหว่างการรับประทานอาหารกลางวัน หรือระหว่างการทำแล็บในงานวิจัยผลิตภัณฑ์โสม โดยปกติเขาสูบ 2 ซองก่อนช่วงค่ำ และซองที่สามในช่วงมื้อค่ำ และระหว่างนั่งดื่มกับเพื่อนมหาวิทยาลัย เขาคิดจะเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบเมื่อบิดาของเขาซึ่งสูบบุหรี่จัดเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด เขาจึงตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดขาด

บุหรี่ไฟฟ้ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

บุหรี่ ถือเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่พิษภัยของมันนั้นร้ายแรงเสียเหลือเกิน เนื่องจากภายในมวนบุหรี่นั้นประกอบไปด้วยสารนิโคติน มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง ผู้สูบจะมีอาการหัวใจเต้นเร็วและความดันโลหิตสูง คาร์บอนมอนอกไซด์

ส่วนประกอบอันตรายที่ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง ไนโตรเจนไดออกไซด์ รวมไปถึงไฮโดรเจนไซยาไนด์ เหล่านี้ล้วนส่งผลให้เยื่อบุหลอดลมพังพินาศทั้งสิ้น แล้วแบบนี้ บุหรี่ไฟฟ้าล่ะ  อันตรายแบบเดียวกันหรือเปล่า

บุหรี่ไฟฟ้า

 ข้อดี

-หากจะมีก็คือคนที่ติดบุหรี่อยู่แล้วต้องการที่จะเลิกสูบบุหรี่ แต่ทำไม่สำเร็จ บางคนอาจลองเปลี่ยนมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อนำไปสู่การเลิกสูบบุหรี่ในที่สุด

-มีสารพิษน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา และเนื่องจากไม่ผ่านการเผาไหม้ จึงทำให้ปลอดจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่เกิดปัญหาควันบุหรี่มือสองอีกด้วย

-มีหลากหลายกลิ่นให้เลือก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลิ่นหอม เช่น กลิ่นช็อกโกแลต กลิ่นคาราเมลและกลิ่นผลไม้ เป็นต้น จึงไม่ทำให้รบกวนคนรอบข้างเหมือนการสูบบุหรี่ธรรมดา

ข้อเสีย

-ค่าใช้จ่ายเริ่มแรกสูงมาก โดยจะเป็นค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่หลักพันนิดๆ จนถึงสามพัน ขึ้นอยู่กับการจัดชุดและคุณภาพของอุปกรณ์ด้วย แต่หากประเมินที่ความคุ้มค่าแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าคุ้มมาก เพราะซื้อเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จากนั้นก็ซื้อแค่น้ำยาและหัวอะตอมเพียงไม่กี่บาท

-คือ เด็กที่ไม่สูบบุหรี่ แต่มาเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้า และเกิดการติดบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งก็คือการติดนิโคตินเหลวแทน ในภายหลังจึงมาสูบบุหรี่ธรรมดาหรือสูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดา

-ต้องมีการบำรุงรักษาเป็นประจำ เพื่อให้อุปกรณ์สูบสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มคา โดยส่วนใหญ่จะนิยมถอดมาล้างทุกๆ 2-3 อาทิตย์ และเปลี่ยนกัวอะตอมทุก 1-2 เดือน

 

 

ทำไมประเทศส่วนใหญ่ในโลกจึงห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า

ทำไมประเทศส่วนใหญ่ในโลกจึงห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า

ทำไมประเทศส่วนใหญ่ในโลกจึงห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า

-เป็นการเสพติดสารนิโคติน ในทางการแพทย์การติดนิโคตินจัดว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง
-อาจจะเป็นช่องทางที่นำสารเสพติดอื่นเข้าสู่ร่างกายได้
-ยังไม่รู้ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
-อาจทำให้สังคมกลับมายอมรับการสูบบุหรี่ธรรมดามากขึ้น ซึ่งจะทำให้การควบคุมยาสูบยากขึ้น
-เยาวชนอาจจะเริ่มจากการติดบุหรี่ไฟฟ้าแล้วนำไปสู่การเสพติดบุหรี่แบบธรรมดา
-เป็นเหตุที่ทำให้คนไม่เลิกสูบบุหรี่ โดยสูบบุหรี่ไฟฟ้าในที่ที่ห้ามสูบ แต่สูบบุหรี่ธรรมดาในที่อื่นๆ
-บริษัทบุหรี่ข้ามชาติได้ทยอยเป็นเจ้าของโรงงานบุหรี่ไฟฟ้าและเริ่มทำการตลาดส่งเสริมการขายในรูปแบบเดียวกับการขายบุหรี่ธรรมดา น่าจะเป็นสัญญาณว่าบริษัทธุรกิจยาสูบมองเห็นโอกาสที่จะส่งเสริมให้เกิดการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายและยั่งยืน

บารากู่ไฟฟ้าคืออะไร เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่

ขณะนี้เริ่มมีการโฆษณาขายบารากู่ไฟฟ้าตามอินเตอร์เน็ตโดยแสดงรูปเหมือนกับบุหรี่ไฟฟ้า อ้างว่าปลอดภัย สูบแล้วจะได้กลิ่นผลไม้ชนิดต่างๆ ความแตกต่างระหว่างบุหรี่ไฟฟ้ากับบารากู่ไฟฟ้าอยู่ที่บารากู่ไฟฟ้ามีการเติมสารเคมีที่มีกลิ่นผลไม้เข้าไปในนิโคตินเหลวที่ใช้กับบุหรี่ไฟฟ้า

แม้ที่โฆษณาขายจะอ้างว่าไม่มีสารนิโคตินก็ตาม ส่วนอันตรายของบารากู่ไฟฟ้าต่อร่างกายน่าจะมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้าธรรมดา เนื่องจากมีการเติมสารเคมีชนิดต่างๆ มากกว่าบุหรี่ไฟฟ้าธรรมดา ซึ่งสารเคมีทุกชนิดล้วนเป็นสารแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

 

มีบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีสารนิโคตินเป็นส่วนประกอบหรือไม่

 มีบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีสารนิโคตินเป็นส่วนประกอบหรือไม่? มีความเป็นไปได้ โดยการตรวจตัวอย่างบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศสิงคโปร์ พบว่ามากกว่าร้อยละ 90 ของบุหรี่ไฟฟ้าตรวจพบสารนิโคติน


-สารน้ำเหลวที่มากับบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีนิโคตินอาจจะเป็นสารนิโคตินเหลวปลอม เพื่อหวังผลกำไรทางธุรกิจหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจของภาครัฐก็เป็นได้
-ตามหลักวิชาการแล้ว หากไม่มีนิโคตินผสมอยู่คนก็จะไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า พูดอีกทีหนึ่งก็คือคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะสูบแล้วได้รับสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่สมองและเป็นสารที่ทำให้เสพติด

การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่างจากการสูบบุหรี่ธรรมดาอย่างไร

การสูบบุหรี่ไฟฟ้าน่าจะมีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา เนื่องจากไม่มีสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้เข้าสู่ร่างกาย แต่การสูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจจะมีอันตรายมากก็ได้หากอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน อาจจะทำให้ผู้สูบได้รับนิโคตินเกินขนาด อันตรายอีกอย่างหนึ่งของบุหรี่ไฟฟ้าคือ อาจจะมีการผสมยาเสพติดชนิดอื่นเข้ากับนิโคตินเหลว ทำให้ผู้สูบได้รับทั้งนิโคตินและยาเสพติดชนิดอื่นได้ อันตรายที่อาจเป็นไปได้อีกข้อหนึ่งคือ นิโคตินเหลวที่บรรจุในขวดหากเก็บรักษาไม่ดีหรือเก็บไว้นานอาจจะมีเชื้อราหรือเชื้อโรคอื่นเกิดขึ้นได้ ทำให้ผู้สูบได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเวลาสูบ

 

 

บุหรี่ไฟฟ้ายังมีสารเคมีหรือสารพิษอื่นหรือไม่

บุหรี่ไฟฟ้าก็มีการใช้สารปรุงแต่งกลิ่นและรสเช่นเดียวกับบุหรี่ธรรมดา แต่ใช้น้อยชนิดกว่า เท่าที่มีรายงานพบมี 10–20 ชนิด เปรียบเทียบกับบุหรี่ธรรมดาที่มีสารปรุงแต่งกลิ่นและรสนับร้อยชนิด

 

 

Limitless – Pulse Pod System Starter Kit

บุหรี่ไฟฟ้าขนาดพกพาจากค่าย Limitless รุ่นนี้จะเป็นแบบชุดพร้อมใช้เหมาะสำหรับมือใหม่ หรือผู้ใช้งานที่ต้องการบุหรี่ไฟฟ้าขนาดเล็ก มาพร้อมกับระบบ Pod System ที่เติมน้ำยาลงช่อง Pod ได้เลย

ระบบการใช้งานไม่ซับซ้อน เพียงแค่เติมน้ำยาลงไปใน Pod ก็สามารถสูบได้เลยโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ ตัว Pod จุน้ำยาได้ 2ml มีไฟแสดงผล LED รอบตัวเครื่อง สามารถชาตได้ผ่านสาย usb ที่มีมาในกล่อง ตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ความจุแบตเตอร์รี่ 380mAh